top of page

14/11/2021

หน้าแรก / บทความ / วิธีดำเนินการวิจัย

Share on

  • Facebook
  • Twitter

Methodology

วิธีดำเนินการวิจัย

ในการศึกษาวิจัยเรื่องอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ต่อกระบวนการตอบสนองในการใช้บริการร้านอาหาร
ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

Anchor 1

01

การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง

• ประชากร

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระดับปริญญาตรีทั้งหมด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

จำนวน 3,135 คน

• กลุ่มตัวอย่าง

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระดับปริญญาตรีทั้งหมด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

จำนวน 355 คน

 

เนื่องจากทราบจำนวนประชากรทั้งหมดจึงกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยคำนวณจากสูตร ทาโร่ ยามาเน่

ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ความคลาดเคลื่อนในการสุ่ม 5% ดังนี้

n

=

N

1 + Ne

2

เมื่อ

n

N

e

=

=

=

ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการ

ขนาดของประชากร

ความคลาดเคลื่อนของการสุ่มตัวอย่างที่ยอมรับได้

จากสูตรข้างต้นแทนค่าในสูตร ดังนี้

n

=

3,135

1 + 3,135(0.05)

2

n

=

354.7

n

=

355

ดังนั้นผลจากการคำนวณจะได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาจำนวน 355 คน

• วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง

ในการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ซึ่งเลือกใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง

แบบไม่เป็นไปตามสัดส่วน (Disproportional Allocation) โดยจัดทำแบบสอบถามออนไลน์ผ่าน Google Forms

และเก็บรวบรวมข้อมูลจนครบตามจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดไว้

Anchor 2

02

การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

• ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือวิจัย

1. ศึกษาแนวความคิด ทฤษฎี เอกสาร และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่ศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม

2. กำหนดขอบเขตของแบบสอบถามให้มีความสอดคล้องกับความมุ่งหมายของการวิจัย ปรับปรุง และดัดแปลงให้เหมาะสม

3. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา และเสนอแนะเพิ่มเติม

4. ปรับปรุงและแก้ไขแบบสอบถามตามข้อเสนอแนะ เพื่อให้ได้แบบสอบถามที่สมบูรณ์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

5. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงและแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Pilot Study) กับกลุ่มตัวอย่างอื่น จำนวน 45 คน

    เพื่อนำไปทดสอบค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบัค

    (Cronbach’s Alpha Coefficient) (สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2551) ได้ค่าความเชื่อมั่น ดังนี้

    ความถี่ในการพบเห็นข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.732

บุคคลในกลุ่มอ้างอิง

รูปแบบการรีวิว

ข่าวสารและสถานการณ์ปัจจุบัน

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

0.774

0.797

0.791

    กระบวนการตอบสนอง ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.905

ความตั้งใจ (Attention)

ความสนใจ (Interest)

ความต้องการ (Desire)

การตัดสินใจซื้อ (Action)

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ

0.706

0.754

0.726

0.780

6. นำแบบสอบถามที่ผ่านการทดสอบค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ไปเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป

• เครื่องมือวิจัย

แบบสอบถามประเภทปลายปิด (Close-Ended Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1

ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์ เป็นแบบเลือกตอบ จำนวน 4 ข้อ

    ข้อ 1

    ข้อ 2

    ข้อ 3

    ข้อ 4

เพศ

ระดับชั้นปี

ลักษณะการอยู่อาศัย

รายได้เฉลี่ยต่อเดือน

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทนามบัญญัติ (Nominal Scale)

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทเรียงลำดับ (Ordinal Scale)

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทนามบัญญัติ (Nominal Scale)

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทเรียงลำดับ (Ordinal Scale)

ส่วนที่ 2

ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นแบบเลือกตอบ จำนวน 3 ข้อ

    ข้อ 1

    ข้อ 2

    ข้อ 3

ประเภทสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้งาน

ช่วงเวลาการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์

ระยะเวลาการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทนามบัญญัติ (Nominal Scale)

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทเรียงลำดับ (Ordinal Scale)

เป็นระดับการวัดข้อมูลประเภทเรียงลำดับ (Ordinal Scale)

ส่วนที่ 3

ข้อมูลเกี่ยวกับความถี่ในการพบเห็นข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารบนสื่อสังคมออนไลน์ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน จำนวน 7 ข้อ ดังนี้

1. บุคคลในกลุ่มอ้างอิง

2. รูปแบบการรีวิว

3. ข่าวสารและสถานการณ์ปัจจุบัน

จำนวน 2 ข้อ

จำนวน 3 ข้อ

จำนวน 2 ข้อ

มีลักษณะเป็นคำถามแสดงระดับความคิดเห็น ใช้ระดับการวัดแบบอันตรภาคชั้น (Interval Scale) 0-4 โดยใช้สูตรคำนวณ

ช่วงกว้างของอันตรภาคชั้น (กัลยา วานิชย์บัญชา, 2545) ซึ่งแต่ละคำถามจะมีคำตอบให้เลือกตอบตามลำดับความถี่

โดยกำหนดค่าน้ำหนักของการประเมิน ดังนี้

4

3

2

1

0

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

เป็นประจำ

บ่อยครั้ง

บางครั้ง

นาน ๆ ครั้ง

ไม่เคยเลย

สูตร ความกว้างอันตรภาคชั้น

=

คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด

จำนวนชั้น

=

4 - 0

5

=

0.80

จากสูตรจะได้เกณฑ์การแปลผล ดังนี้

คะแนนเฉลี่ย 3.21-4.00

คะแนนเฉลี่ย 2.41-3.20

คะแนนเฉลี่ย 1.61-2.40

คะแนนเฉลี่ย 0.81-1.60

คะแนนเฉลี่ย 0.00-0.80

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

มากที่สุด

มาก

ปานกลาง

น้อย

น้อยที่สุด

ส่วนที่ 4

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการตอบสนอง แบ่งออกเป็น 4 ด้าน จำนวน 19 ข้อ ดังนี้

1. ความตั้งใจ (Attention)

2. ความสนใจ (Interest)

3. ความต้องการ (Interest)

4. การตัดสินใจซื้อ (Action)

จำนวน 4 ข้อ

จำนวน 5 ข้อ

จำนวน 5 ข้อ

จำนวน 5 ข้อ

มีลักษณะเป็นคำถามแสดงระดับความคิดเห็น ใช้ระดับการวัดแบบอันตรภาคชั้น (Interval Scale) 1-5 โดยใช้สูตรคำนวณ

ช่วงกว้างของอันตรภาคชั้น (กัลยา วานิชย์บัญชา, 2545) ดังนี้

สูตร ความกว้างอันตรภาคชั้น

=

คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด

จำนวนชั้น

=

5 - 1

5

=

0.80

จากสูตรจะได้เกณฑ์การแปลผล ดังนี้

คะแนนเฉลี่ย 4.21-5.00

คะแนนเฉลี่ย 3.41-4.20

คะแนนเฉลี่ย 2.61-3.40

คะแนนเฉลี่ย 1.81-2.60

คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.80

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

หมายถึง

เห็นด้วยมากที่สุด

เห็นด้วยมาก

เห็นด้วยปานกลาง

เห็นด้วยน้อย

เห็นด้วยน้อยที่สุด

Anchor 3

03

การเก็บรวบรวมข้อมูล

1. แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data)

    เป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารที่สามารถอ้างอิงได้

    ได้แก่ หนังสือ บทความ วารสาร วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย สื่อสิ่งพิมพ์ และข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

2. แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data)

    เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์จากการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์

    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระดับปริญญาตรีทั้งหมด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 355 คน

    โดยนำข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดมาวัดอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ต่อกระบวนการตอบสนอง

    ในการใช้บริการร้านอาหารของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Anchor 4

04

การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล

1. การตรวจสอบข้อมูล (Editing)

    เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด

    โดยดำเนินการหลังจากรวบรวมแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างครบตามจำนวนที่กำหนด

2. การลงรหัสข้อมูล (Coding)

    นำแบบสอบถามที่ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์แล้วมาแปลงจากข้อมูล (Data)

    ให้กลายเป็นสารสนเทศ (Information) ตามรหัสที่กำหนดแล้วบันทึกลงคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผล

3. การประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติตามสมมติฐานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS

Anchor 5

05

สถิติิที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) 

ในการวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลที่ได้จากผู้ตอบแบบสอบถาม

เพื่ออธิบายตัวแปรลักษณะทางประชากรศาสตร์และตัวแปรพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่

   1. การแจกแจงความถี่ (Frequency Distribution)

   2. ค่าร้อยละ (Percentage)

สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistic) 

ในการวิจัยครั้งนี้กําหนดให้ระดับนัยสําคัญทางสถิติมีค่าเท่ากับ 0.05 ทุกสมมติฐานที่ทำการทดสอบ ได้แก่

   1. การทดสอบที (Independent Sample T-Test)

       เพื่อทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม โดยกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มดังกล่าวเป็นอิสระต่อกัน

   2. การทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)

       เพื่อทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่มีมากกว่า 2 กลุ่ม โดยทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี Tukey

ดาวน์โหลดเอกสาร

Anchor 6
© All Rights Reserved
bottom of page